หลักการเขียนคำอธิบายรายวิชา

สรุปจากการประชุม มคอ.1 หลักสูตรภาษาอังกฤษทั่วประเทศ ณ โรงแรม โนโวเทล สยามสแควร์ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2559 

1. ภาษาอังกฤษและภาษาไทยต้องมีเนื้อหาและความหมายถูกต้องตรงกัน
2. มีตัวย่อภาษาอังกฤษของชื่อรายวิชา ไม่มากกว่า 22 ตัวอักษร ขอให้ระวังว่าเมื่อย่อคำใดคำหนึ่งแล้วคำที่ย่อที่ใช้จะต้องไม่มีความหมายที่ไม่พึงประสงค์ และขอให้ใช้คำย่อเดียวกันสำหรับคำเดิมตลอดทั้งเอกสาร
3. เนื้อหาในการเขียนคำอธิบายรายวิชา ให้ใช้ระดับวลี สำหรับการเขียนในภาษาอังกฤษให้คั่นแต่ละวลีด้วยเครื่องหมาย ; สำหรับภาษาไทยใช้วรรคตอนในการคั่น
4. วลีที่ใช้ให้เป็นนามวลี ไม่มีกริยานำหน้า หรือไม่มีคำนาม ที่บ่งบอกการกระทำ เช่น ไม่ต้องมีคำว่าศึกษาหรือการศึกษา พัฒนาหรือการพัฒนา เข้าใจหรือความเข้าใจ ฝึกหรือการฝึก เป็นต้น
5. ไม่ต้องยกตัวอย่างประกอบ ไม่ใช้คำว่า เช่น ได้แก่ 
6. ไม่ต้องมีส่วนขยาย เช่น ที่ดี ที่สละสลวย ที่ถูกต้อง ที่มีประสิทธิภาพ  
7. ไม่ต้องวงเล็บคำภาษาอังกฤษสำหรับในคำอธิบายรายวิชาที่เขียนเป็นภาษาไทย
8. เนื้อหาคำอธิบายรายวิชา ขอให้ดูรายชื่อวิชาเป็นหลัก โดยที่เนื้อหาจะต้องไม่มากเกินกว่า ขอบเขตของเนื้อหาตามชื่อวิชา

 หัวข้อการบรรยาย เรื่อง การผลิตสื่อเสียงประกอบการเรียนการสอน โดยใช้โปรแกรม Adobe Audition 3 

    เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาให้นำมาใช้งานในด้านของเสียง หรือออดิโอ อาทิเช่น การอัดเสียง การตัดต่อเสียง การแก้ไขเสียง เพิ่มเสียงหนัก เสียงเบา หรือเอฟเฟคต่างๆ เยอะแยะมากมายในการใช้งาน สำหรับโปรแกรมนี้มีนามว่า Adobe Audition ซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับ โปรแกรม Adobe Premiere Pro หรือ โปรแกรม Adobe After Effects  และหากถามว่ามันแตกต่างจาก โปรแกรมแต่งเพลง ตัวอื่นยังไง ต้องบอกว่า โปรแกรมตัดต่อเสียง Adobe Audition 3 ตัวนี้มีคุณสมบัติพิเศษแถมเข้ามาด้วย จะเห็นได้ว่า {โปรแกรมมิกซ์เพลง} ตัวเก่าๆ จะทำได้แค่เพียงการตัดเสียง ต่อเสียง หรือการปรับเสียงดนตรีต่างๆ ภายในเพลงนั้นๆ อาทิเช่น เสียงเบส เสียงกีต้าร์ เสียงคนร้อง หรือเสียงกลองเป็นต้น แต่โปรแกรมนี้สามารถทำได้มากกว่านั้น โดยการนำไฟล์รูป หรือไฟล์วีดีโอเพื่อนำมาประกอบในการมิกซ์เสียงได้ด้วย เรียกได้ว่าไม่มีโปรแกรมตัดต่อเสียงตัวใดทำได้ละเอียดเท่าตัวนี้มาก่อน

              การบูรณาการสื่อเสียง(Sound Integrated) ได้กล่าวถึงการนำสื่อไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนดังนี้

1. การรับรู้ (ตาและหู จะใช้ถึง ร้อยละ 88) /สื่อการสอน หมายถึง ตัวกลางหรือสิ่งต่างๆที่ใช้ในกระบวนการเรียนการสอน 

เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหรือช่องทางในการถ่ายทอดความรู้ของผู้สอนถึงผู้เรียน

2. สื่อประสม (คือการนำสื่อตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมาใช้ร่วมกันอย่างมีความสัมพันธ์เป็นระบบ) /มัลติมีเดีย (คือเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ทำให้ความหมายของสื่อประสมเดิมเปลี่ยนไป เนื่องจากความสามารถของคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลได้สมจริง) 

3. ประเภทของเสียง (เสียงพูดคุยสนทนา หรือเสียงบรรยาย/พากย์,เสียงดนตรี,เสียงปรุงแต่งพิเศษ,เสียงธรรมชาติ/สัตว์/บรรยากาศทั่วไป)

4. การบูรณาการสื่อเสียง(การผลิตสื่อเสียงที่ต้องใช้อุปกรณ์กำเนิดเสียงร่วมกับสื่อผสมแล้วถ่ายทอดสู่ผู้ฟังอย่างเป็นระบบ)

              ประโยชน์ที่ได้จากการอบรม   ได้ทราบถึงประโยชน์ของการผลิตสื่อเสียงประกอบการเรียนการสอน

1. ทำความเข้าใจเนื้อหาบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น                2. เป็นมาตรฐานยิ่งขึ้น 

3. เกิดความน่าสนใจ                                          4. ใช้ทฤษฎีการเรียนรู้และเทคนิคการสอนอย่างเหมาะสม 

5. ลดระยะเวลาการสอน                                      6. ใช้ปรับปรุงคุณภาพของการเรียนรู้ 

7. ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่                       8. สร้างทัศนคติที่ดีต่อเนื้อหาและกระบวนการเรียนการสอน 

9. เปลี่ยนแปลงบทบาทผู้สอนให้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น     10. ลดข้อจำกัดด้านขนาดพื้นที่หรือระยะทาง 

1.เตรียมความพร้อมตามร่างพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ......

2.ความเสี่ยงและข้อควรระวังความรับผิดทางละเมิด

3.แนยทางการปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Market และ e-Bidding)

4.การบริหารสัญญา

          การพัสดุและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นภารกิจสำคัญประการหนึ่งที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้การบริหารงานภาครัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรจุวัตถุประสงค์ตามแนวนโยบายที่กำหนด โดยในแต่ละปีรัฐบาลได้จัดสรรเงินงบประมาณเพื่อการจัดซื้อจัดจ้างเป็นจำนวนมาก ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องจึงต้องมีระบบบริหารการจัดการด้านการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลก่อให้เกิดความคุ้มค่าและใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างประหยัด เพื่อให้ได้พัสดุที่มีคุณภาพมาใช้ในราชการอย่างคุ้มค่า ประหยัด โปร่งใส ตรวจสอบได้

1.ได้รับทราบถึงระเบียบข้อพึงระวัง ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ และหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้อง เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานพัสดุ และลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานด้านพัสดุ

2.มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการจัดหาพัสดุด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Market : e-Market) และด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e-bidding) ตลอดจนแนวทางในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบ

3.มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารสัญญา ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกฎ ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

4.ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ข้อคิดเห็น ปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ในการบริหารงานพัสดุ ระหว่างผู้เข้าร่วมสัมมนาด้วยกันและวิทยากร

5.สามารถนำความรู้ ข้อเสนอแนะ และแนวคิดที่ได้รับจากการสัมมนาไปปฏิบัติและปรับใช้ในการบริหารงานด้านพัสดุ และกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และสามารถไปถ่ายทอดหรือแนะนำให้แก่ผู้เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ            

 

การเขียนหนังสือราชการ ถือเป็นวิชาหนึ่งที่ข้าราชการและหรือบุคลากรในภาครัฐทุกคนต้องศึกษาและเรียนรู้ ซึ่งในแต่ละองค์กรนั้นย่อมมีภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างส่วนต่างๆทั้งภายในองค์กร และเครือข่ายภายนอกองค์กรอยู่เป็นประจำ  โดยที่หนังสือราชการเป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่งในการปฏิบัติราชการ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับบุคลากรในองค์กร เนื่องจากการเขียนหนังสือราชการเพื่อสื่อความหมายให้เข้าใจตรงกันได้  จะช่วยประหยัดเวลา และปฏิบัติงานได้ตรงจุดประสงค์ อีกทั้งการเขียนหนังสือราชการมิได้มีความหมายเพียงตัวหนังสือ และเอกสารเท่านั้น หากยังบ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากร และเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กรอีกด้วย

          ด้วยตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการเขียนหนังสือราชการ เพื่อให้บุคลากรภาครัฐได้เสริมสร้างความรู้และเทคนิคในการเขียนหนังสือราชการ ซึ่งจะเขียนอย่างไรให้ดูดี ถูกต้องทั้งเนื้อหา หลักภาษา ถูกความนิยม มีความชัดเจน รัดกุม กะทัดรัด สามารถสร้างความเข้าใจและสื่อสารถึงความต้องการของผู้ส่งไปยังผู้รับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจำเป็นอาศัยการเรียนรู้ ทฤษฎี หลักการเขียนพร้อมทั้งการฝึกปฏิบัติ ดังนั้น สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จึงเห็นสมควรจัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านธุรการและเทคนิคการเขียนหนังสือราชการตามระเบียบงานสารบรรณ” ขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่และหรือบุคลากรภาครัฐได้รับความรู้ เรียนรู้หลักการเขียน รูปแบบต่างๆ ของหนังสือราชการการสรุปเนื้อหา การเรียบเรียงความคิด การพัฒนาทักษะให้สามารถเขียนหนังสือราชการประเภทต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

การบรรยาย และเน้นการฝึกปฏิบัติ รวมทั้งมีการประเมินความรู้ของผู้เข้าอบรมก่อน – หลังการอบรม  โดยมีเนื้อหาในการอบรมที่สำคัญประกอบด้วย

          ส่วนที่ ๑ : ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเขียนหนังสือราชการ (๓ ชั่วโมง)

          เป็นการปูพื้นฐานและเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบงานสารบรรณโดยการบรรยาย พร้อมกับยกกรณีตัวอย่าง และทำกิจกรรมการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับระเบียบงานสารบรรณ และหนังสือราชการรูปแบบต่างๆ ประกอบด้วย

-          ความสำคัญของหนังสือติดต่อราชการ

-          ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖

-          ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๔๘

-          รูปแบบและองค์ประกอบของหนังสือราชการ(หนังสือภายนอก หนังสือภายใน หนังสือประทับตรา)

 

ส่วนที่ ๒ : เทคนิคการเขียนหนังสือราชการและหนังสือโต้ตอบ (จำนวน  ๙  ชั่วโมง)

          เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการเขียนหนังสือติดต่อราชการแบบต่างๆ ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติเพื่อเพิ่มทักษะในการเขียนหนังสือติดต่อราชการอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ

          -  เทคนิคการเขียนหนังสือราชการและหนังสือโต้ตอบ

          -  ฝึกปฏิบัติการจัดทำหนังสือราชการ

          -  วิเคราะห์โครงสร้างประโยคและใจความสำคัญของย่อหน้า

          -  ทักษะในการจับประเด็นและสาระสำคัญ

          -  การใช้ภาษาที่ถูกต้อง(ภาษาหนังสือราชการ)

          -  สำนวนที่ใช้ในหนังสือราชการประเภทต่างๆ อาทิ

                    *  หนังสือขอความอนุเคราะห์

                   *  หนังสือปฏิเสธ

                   *  หนังสือเชิญเป็นวิทยากร

                   *  ฯลฯ

     ปัจจุบันปัญหาการลักลอกผลงานวิชาการและวรรณกรรม หรือ Plagiarism เป็นประเด็น   ที่มีการกล่าวถึงกันมาก ตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มใช้ Internet อย่างแพร่หลาย ทำให้นิสิต นักศึกษา สามารถหาข้อมูลอินเตอร์เน็ต แล้วใช้ในการลอกผลงานวิชาการบางส่วนทางอินเตอร์เน็ต  ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณทางวิชาการและเป็นความผิดร้ายแรงในแวดวงวิชาการนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้ จึงได้กำหนดมาตรการในการป้องกันการลักลอกผลงานวิชาการขึ้น

     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ใช้เครื่องมือช่วยให้อาจารย์ที่ปรึกษาสามารถติดตามและรู้ความก้าวหน้าและการทำงานของนิสิตเป็นระยะ  โดนนิสิตต้องเขียนแผนการทำวิทยานิพนธ์และรายงานความก้าวหน้าทุกภาคการศึกษา  โดยใช้ระบบการเขียนวิทยานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ (CU E-THESIS) ผลงานโดยบริษัท แฟคเกอร์ จำกัด ซึ่ง เพื่อช่วยในการเตรียมวิทยานิพนธ์ของนิสิตให้มีรูปแบบตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดและมีเนื้อหาครบถ้วน อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์สามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ระบบนี้จะทำการตรวจสอบงานการคัดลอกผลงาน ร่วมกับโปรแกรมอักขราวิสุทธิ์ได้อัตโนมัติอีกด้วย ซึ่งกำหนดให้นิสิตใช้งานแล้วตั้งแต่ปีการศึกษา 2556

     เครื่องมือช่วยในการตรวจสอบวิทยานิพนธ์และผลงานวิชาการของนิสิต ซึ่งประกอบด้วย โปรแกรม Turnitin และโปรแกรมอักขราวิสุทธิ์ ทั้งสองโปรแกรมเป็นระบบที่ตรวจสอบการคัดลอกผลงาน และแสดงค่าคะแนนความคล้ายคลึงของเอกสาร

     โปรแกรม Turnitin เป็นซอฟแวร์เชิงพาณิชย์จากต่างประเทศจะใช้ตรวจสอบเนื้อหาภาษาอังกฤษได้ดี และมีฐานข้อมูลที่ใหญ่ ใช้งานทั่วโลก แต่เป็นอุปสรรคในการตรวจสอบเอกสารที่เป็นภาษาไทย

     ดังนั้น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึ่ง ได้พัฒนาโปรแกรม อักขราวิสุทธิ์ ขึ้น พัฒนาโดย ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับ ศูนย์วิจัยการประมวลผลภาษาและวัจนะ คณะอักษรศาสตร์ จุฬา เพื่อตรวจสอบการคัดลอกภาษาไทยเป็นหลักโดยเฉพาะ  และมีการพัฒนาต่อเนื่องให้สามารถตรวจสอบภาษาอังกฤษได้ด้วย

     โปรแกรมอักขราวิสุทธิ์นี้ สามารถใช้ได้ในลักษณะแยกต่างหากและเชื่อมต่อกับระบบ CU E-THESIS ดังนั้นเมื่อนิสิตส่งผลงานวิทยานิพนธ์ระบบนี้จะดำเนินการตรวจสอบและแจ้งผลให้อาจารย์ที่ปรึกษาทราบด้วย

ผลที่ได้จากระบบการเขียนวิทยานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ (CU E-THESIS) และโปรแกรมอักขราวิสุทธิ์ มาใช้งานในมหาวิทยาลัย 

  • ทำให้มี Templete สำหรับการเตรียมทำวิทยานิพนธ์ที่ถูกต้อง  
  • สามารถส่งอาจารย์ผ่านระบบนี้ และสามารถตรวจสอบอาจารย์ได้ด้วยว่าได้ตรวจวิทยานิพนธ์นิสิตหรือเปล่า ?
  • มีระบบป้องกันข้อมูลสูญหาย ได้รับความเสียหาย
  • ข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย
  • ขั้นตอนในการนัดสอบวิทยานิพนธ์และส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์จะกระชับมากขึ้น
  • เลี่ยงปัญหาการลักลอกผลงานวิชาการ  โดยไม่ได้เจตนา

ประโยชน์ของหน่วยงาน ที่ใช้คือ

  • ส่งต่อและแบ่งปันข้อมูลวิทยานิพนธ์ เข้าถึงห้องสมุดได้ทันที
  • และทำให้การลักลอกผลงานวิชาการลดลงได้

     ระบบการเขียนวิทยานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ (CU E-THESIS) และโปรแกรมอักขราวิสุทธิ์ นี้ เริ่มใช้งานจริงแล้วในบัณฑิตศึกษา ในภาคการศึกษาต้น  ปีการศึกษา 2556  เฉพาะ คาดว่าจะวิทยานิพนธ์เล่นใหม่ ประมาณ 700-800 เล่ม ในเทอมนี้ และจะได้วิทยานิพนธ์เพิ่มขึ้นถึง 2500 เล่มต่อปี  และทั้ง 2 โปรแกรมนี้ยังพัฒนาต่อไป โดยจะขยายฐานข้อมูลให้มากขึ้น เริ่มใช้งานจริงทั้งมหาวิทยาลัย และมีแผนเปิดให้มหาวิทยาลัยอื่นๆร่วมใช้ระบบนี้ได้ด้วย ในช่วงภาคปลาย ปีการศึกษา 2557

ได้กล่าวถึง โครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Inter University Network) หรือที่เรียกว่า เครือข่าย “UniNet”  จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ. 2539 เห็นชอบให้จัดตั้งองค์กรกลางดำเนินโครงการในลักษณะการจัดหาวงจรสื่อสัญญาณความเร็วสูงเพื่อใช้สำหรับการเชื่อมโยงเครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสารของสถาบันอุดมศึกษา  และจัดตั้งเป็นสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาซึ่งเป็นการดำเนินการขยายโอกาสอุดมศึกษาสู่ภูมิภาค โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการจัดการเรียนการสอน สำนักงานฯ ได้เชื่อมโยงเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัย/สถาบันในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย เชื่อมโยงอยู่บนเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) เพื่อให้สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการจัดการศึกษา สามารถเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันทั้งภายในและต่างประเทศ

หัวข้อเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียน ได้กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยยกระดับการศึกษาและคุณภาพการศึกษาของเยาวชนไทย พร้อมกับลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเด็กนักเรียนในเมืองและชนบท ซึ่งเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียน เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์แห่งแรกในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่เปิดโอกาสให้โรงเรียนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน และได้รับการยกย่องว่าเป็นโครงการตัวอย่าง (Best Practice) ที่นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาเป็นเครื่องมือในการลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการศึกษาหาความรู้           

             ประโยชน์ที่ได้จากการอบรม   ได้ทราบถึงการจัดการระบบสารสนเทศที่มีในประเทศไทย โดย

            1. ได้เห็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเครือข่ายสารสนเทศของไทย เพื่อเป็นทางด่วนสารสนเทศความเร็วสูงเพื่อการศึกษา/ วิจัยของภาครัฐที่เพียงพอ 

            2. ได้รู้ถึงการเป็นศูนย์กลางการศึกษา/วิจัย เรื่องทางด่วนสารสนเทศของประเทศไทย โดยการนำทางด่วนสารสนเทศที่เคยอยู่ในขั้นทดลองมาใช้งานจริงในด้านการศึกษา/การพัฒนา บุคลากร ของชาติ

            3. สามารถนำความรู้ที่ได้จากการอบรมไปเป็นแนวทาง/ต่อยอดความรู้ในอนาคตได้

อบรมขั้นตอนการเบิกจ่ายงานการเงินพัสดุ  วันที่  29 มกราคม  2559 ณ ห้อง LA 314 คณะศิลปศาสตร์

 

วัตถุประสงค์

1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจถึงกระบวนการเบิกจ่าย

2. เพื่อให้รู้ถึงระเบียบการเบิกจ่ายที่ถูกต้อง

3. รู้ถึงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกต้อง

สิ่งที่ได้รับในการอบรมครั้งนี้

1. รู้ถึงระเบียบการเบิกจ่าย ว่าเบิกจ่ายยังไงให้ถูกต้องตามระเบียบ

2. รู้ถึงปัญหาการทำงาน การเคลียเอกสาร  ขั้นตอนการเบิกจ่าย

3. ระเบียบต่าง ๆ การเดินทางไปราชการ  

4.การจัดโครงการ  ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้

5. การจำแนกหมวดหมู่วัสดุที่ชัดเจน

6. การตอบปัญหาที่เกี่ยวข้องและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน

 

 

 

 

เคยสงสัยกันมั้ยครับว่า Social Media ทั้งหลายแหล่นั้น ทำไมเวลากด Like , แชร์ content นั่นนี่ แล้วเพื่อนๆ ของเรา รับรู้ได้โดยทันทีว่าเราได้ทำอะไรซักอย่างลงไปแล้วนะ 

หนึ่งในเทคโนโลยีที่สามารถทำให้เกิดความรู้สึก real-time ใน web application ที่กำลังมาแรง ก็คือ Node.js

 

 

Node.js เป็นภาษา Javascript แบบหนึ่ง แต่เป็น server side javascript ซึ่งใช้แนวคิดแบบ asynchronous event-driven model ซึ่งเหมาะกับระบบที่ต้องการทำงานแบบ Real time

อันที่จริง ความเร็วของ Node.js คือ การที่มันทำงานโดยทำงานหลายๆ อย่างได้พร้อมๆ กัน ยกตัวอย่างเช่น ในภาษาทั่วๆไป การทำงานคือ ให้ทำการคำนวณในบรรทัดแรกจนเสร็จ แล้วค่อยวิ่งไปทำงานบรรทัดถัดไปเรื่อย ๆ แต่ Node.js จะสามารถทำงานหลายๆ บรรทัดได้พร้อมๆ กัน ซึ่งนั่นทำให้เกิดความเร็วที่ทำให้ดูเหมือน Real time ขึ้น

ทีนี้ เมื่อเราสามารถทำให้มันติดต่อกันได้แล้ว แต่ลองนึกเล่นๆ ดูว่า ถ้าจะส่งข้อความหากัน แล้วทำการปิดๆเปิดๆ ฐานข้อมูลบ่อย ๆ ไม่นาน server เราต้องล่มแน่ๆ ดังนั้น จึงต้องอาศัยความสามารถของการเปิดช่องทางในการคุยกันค้างไว้ซะเลย ด้วย socket.io

เคยสงสัยกันมั้ยครับว่า Social Media ทั้งหลายแหล่นั้น ทำไมเวลากด Like , แชร์ content นั่นนี่ แล้วเพื่อนๆ ของเรา รับรู้ได้โดยทันทีว่าเราได้ทำอะไรซักอย่างลงไปแล้วนะ 

หนึ่งในเทคโนโลยีที่สามารถทำให้เกิดความรู้สึก real-time ใน web application ที่กำลังมาแรง ก็คือ Node.js

สัมมนาความร่วมมือระหว่างห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา ครั้งที่ 31 มนุษยศาสตร์ดิจิทัล :

เทคโนโลยีดิจิทัลในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สารสนเทศด้านมนุษยศาสตร์

ระหว่างวันที่ 2-4 ธันวาคม 2558 ณ โรงแรมเซนทารา  ขอนแก่น

การสัมมนาความร่วมมือระหว่างห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาฯ  ทำให้ทราบว่าโลกในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมากมาย รวมทั้ง เทคโนโลยีที่มีการพัฒนามากขึ้น  มีการแข่งขันกันสูงขึ้น วิถีชีวิตของยุคสมัยและคนรุ่นเก่าเริ่มหายไปอย่างสิ้นเชิง คลังความรู้ที่ผ่านหนังสือที่จับต้องได้แบบกระดาษ เริ่มตกยุค เพราะไม่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคออนไลน์และโซเซียลมีเดีย

การปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงของยุคดิจิทัลกำลังเกิดขึ้น โดยเฉพาะเด็ก วัยรุ่น และคนในวัยทำงานที่กำลังเปลี่ยนไปสู่ยุคการอ่านทุกสิ่งทุกอย่างผ่านเครื่องมือสื่อสาร อย่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต แฟบเล็ต ที่บรรจุหนังสือเป็นไฟล์ดิจิทัลได้มากมาย

การคงอยู่ของห้องสมุด ต้องตื่นตัวในการสร้างนวัตกรรมสำหรับทุกๆงานของห้องสมุด ไม่ว่าจะเป็นด้านจัดหา การแค็ตตาล็อก การสืบค้น และการบริการด้านต่างๆ รวมทั้งการนำสื่อดิจิทัลมาใช้แทนทรัพยากรแบบเก่ารวมไปถึงการสร้างสื่อและเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงการสร้างเครือข่ายจากทั่วโลก เพื่อให้บริการทางการศึกษาและค้นคว้าความรู้อย่างครบวงจร

การเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่ห้องสมุดของอนาคต มี 2 เรื่อง คือ

1. บทบาทของห้องสมุด

2. รูปแบบและการจัดการพื้นที่ห้องสมุด

ส่วนการปรับตัวจะประสบความสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ 3 เรื่องคือ

1. ความเข้าใจและเท่าทันต่อความก้าวหน้าของโลกดิจิทัลและขอมูลของสารสนเทศที่มีอยู่มากมาย

2. การเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้บริการ

3. การปรับมุมมองวิธีคิดในการบริการจัดการพื้นที่ของห้องสมุด

ควรมีการปรับหรือออกแบบห้องสมุด ที่ตอบสนองความต้องการและรูปแบบชีวิตใหม่ โดยเชื่อมโยงกับแนวคิดบ้านหลังที่ 3 ซึ่งหมายถึง พื้นที่สาธารณะแบบเปิดระหว่างที่ทำงานกับที่พักส่วนตัว เป็นทั้งห้องนั่งเล่น หรือพื้นที่ที่สามารถให้คนรุ่นใหม่ได้พบปะสังสรรค์กันได้